นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าการหารือเมื่อ 8 ต.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นโอกาสให้ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แสดงความยินดีต่อการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย–UAE และพูดคุยแนวทางต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
ในการหารือดังกล่าว ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศของ UAE เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยนางศุภจีเข้าร่วมด้วย และระบุว่า UAE เป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่แสดงความสนใจทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทวิภาคีกับไทย
นางศุภจีกล่าวว่าไทยและ UAE เริ่มเจรจากันตั้งแต่ปี 2566 และหาข้อสรุปร่วมกันได้ในการเจรจา CEPA ไทย–UAE รอบที่ 5 เมื่อ 7 ต.ค. 2569 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ทำให้ความตกลงนี้เป็น FTA ฉบับแรกของไทยกับประเทศในตะวันออกกลาง
ผลการศึกษาที่อ้างถึงในข้อมูลระบุว่า CEPA ไทย–UAE จะหนุน GDP ไทยเพิ่มขึ้น 318-357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,700-12,200 ล้านบาท และทำให้การส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น 227-243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,600-8,100 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีความตกลงดังกล่าว
สินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกไป UAE ได้มากขึ้น ได้แก่ อาหารปรุงแต่ง ทูน่ากระป๋อง ข้าว น้ำผลไม้ ผลไม้ ไก่แช่เย็นแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องประดับ ยางล้อ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงยานยนต์และส่วนประกอบ โดย UAE จะลดและยกเลิกภาษีให้ไทยภายใต้ CEPA
นางศุภจีกล่าวด้วยว่า CEPA จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจ สนับสนุนการลงทุนระยะยาว และช่วยต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดึงดูดนักลงทุน UAE ซึ่งเธอกล่าวว่าจะช่วยเพิ่มการจ้างงานในไทย
เธอระบุว่า UAE ได้แสดงความสนใจลงทุนในไทยในสาขาต่าง ๆ เช่น พลังงาน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ดาต้าเซ็นเตอร์ และการลงทุนที่เป็นประโยชน์กับ SME ของไทย พร้อมกล่าวถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ
ในข้อมูลเดียวกัน ระบุว่า ปี 2567 มีชาวเอมิเรตส์เดินทางมารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนไทย 40,872 คน สร้างรายได้ให้ไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และไทยมองเห็นศักยภาพในการใช้ UAE เป็นจุดเชื่อมโยงกระจายสินค้าต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง
สำหรับการค้ารวม ปี 2568 UAE เป็นคู่ค้าอันดับ 8 ของไทยในตลาดโลก และอันดับ 1 ในตะวันออกกลาง โดยมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 21,259.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทย 4,504.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจาก UAE 16,755.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และทองคำ
ประเด็นสำคัญ
- ไทยและ UAE สรุปผลเจรจา CEPA รอบที่ 5 เมื่อ 7 ต.ค. 2569
- ประเมินว่า CEPA จะหนุน GDP ไทย 318-357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- คาดการส่งออกไทยขยายตัว 227-243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- UAE แสดงความสนใจลงทุนในไทยหลายสาขา รวมถึงพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์



