บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,550-1,590 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงขึ้น และแรงซื้อขายที่อาจชะลอลงเพราะมีวันหยุดคาบเกี่ยวในสัปดาห์นี้
ด้านปัจจัยที่โบรกเกอร์ระบุว่าเอื้อต่อการลงทุน FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 17% ต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม และให้น้ำหนัก 81% ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น ระหว่างการหารือที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
โกลเบล็กยังระบุปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การที่ ทอท. ลงนามสัญญาร่วมทุนกับ AOTGA เป็นเวลา 25 ปี เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ รองรับการขยายตัวของธุรกิจการบิน โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2570 รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไทยว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการเจรจา และทั้งสองฝ่ายตกลงในหลักการร่วมกันแล้ว เหลือเพียงการสรุปรายละเอียดปลีกย่อย
ในฝั่งลบ รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าได้สั่งการให้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่าน ขณะที่กลุ่มฮูตีได้โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม รวมถึงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ตลาดกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน
โกลเบล็กยังอ้างถึงรายงานการประชุม FED เดือนกันยายนที่สะท้อนความเห็นต่างกันของกรรมการเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% โดยบางส่วนเห็นว่าจำเป็นเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน ขณะที่บางส่วนมองว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากฝั่งอุปสงค์
สำหรับปัจจัยในประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ที่ปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากความกังวลต่อน้ำท่วมและราคาน้ำมันทั้งในประเทศและตลาดโลก
ด้านภาพรวมปัจจัยที่รอติดตามในช่วงนี้ โกลเบล็กระบุว่า ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม จะมีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF-World Bank ปี 2569 และในวันที่ 14-21 ตุลาคม หุ้นกลุ่มธนาคารจะทยอยส่งงบการเงินไตรมาส 3 จากนั้นสัปดาห์ที่ 2 จะมีการประชุม กกร., การแถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้าจากกระทรวงพาณิชย์, การแถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและหอการค้าไทยจาก ม.หอการค้าไทย และการสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ฯ โดย ตลท.
สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. จะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ส่วนสัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์เตรียมแถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกับ ส.อ.ท. ที่จะแถลงยอดผลิตและส่งออกยานยนต์ ก่อนปิดท้ายเดือนด้วยการประชุม กนง. วันที่ 28 ตุลาคม และรายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยของ ธปท. วันที่ 30 ตุลาคม
ในต่างประเทศ วันที่ 13 ตุลาคม ญี่ปุ่นรายงานดัชนี PPI เดือนกันยายน ขณะที่สหรัฐฯ รายงานความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อม ตัวเลขการจ้างงานเอกชน และยอดขายบ้านมือสองเดือนกันยายน วันที่ 14 ตุลาคม จีนและสหรัฐฯ จะรายงาน CPI, PPI และดุลการค้าเดือนกันยายน ส่วนเช้าวันที่ 15 ตุลาคม FED จะเผยรายงาน Beige Book และสหรัฐฯ จะรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, PPI และยอดค้าปลีกเดือนกันยายน
ปลายเดือนนี้ยังมีการประชุม FED วันที่ 27-28 ตุลาคม การประชุม ECB วันที่ 29 ตุลาคม และการประชุม BOJ วันที่ 30 ตุลาคม ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน โกลเบล็กยังแนะนำหุ้นเด่นจากผลสำรวจของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC
ประเด็นสำคัญ
- โกลเบล็กประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้ยังผันผวนในกรอบ 1,550-1,590 จุด
- แรงกดดันหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงขึ้น
- FedWatch Tool ของ CME Group ให้โอกาส 17% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม และ 81% ในเดือนธันวาคม
- โกลเบล็กแนะนำ 5 หุ้นเด่นจากผลสำรวจ IAA ได้แก่ BDMS, KBANK, DELTA, GULF และ CRC



