แกร็บ ประเทศไทยระบุว่าแคมเปญ “GrabFood X ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มียอดสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มจากร้านที่เข้าร่วมโครงการทะลุ 20 ล้านออเดอร์ตลอดช่วง 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมบอกว่ายอดขายเฉลี่ยของร้านอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า

บริษัทระบุด้วยว่าจำนวนผู้ใช้บริการที่ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับโครงการก่อนหน้า โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ที่ใช้สิทธิ์มากที่สุด ขณะที่จังหวัดมหาสารคามมีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโตสูงสุดที่ 2.5 เท่า

แกร็บให้ข้อมูลว่า 5 จังหวัดที่มีการใช้สิทธิมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และโคราช ส่วน 5 จังหวัดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดคือ มหาสารคาม หัวหิน หาดใหญ่ (สงขลา) พะเยา และนครปฐม

ในแง่ประเภทอาหาร แกร็บระบุว่าเมนูที่ถูกสั่งผ่านสิทธิ์มากที่สุดคือ อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฟาสต์ฟู้ด และเครื่องดื่มชา-กาแฟ

บริษัทยังบอกว่าเดินหน้าสนับสนุนโครงการรอบเพิ่มเติมระหว่าง 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 และส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารใช้ฟีเจอร์ “ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ” (GrabMerchant AI Assistant) ซึ่งให้ร้านที่ขายผ่าน GrabFood ใช้ได้ฟรีผ่านแอป GrabMerchant

แกร็บระบุว่ามีร้านอาหารกว่า 275,000 ร้านทั่วประเทศทดลองใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวแล้ว และเกือบ 55% หรือกว่า 150,000 ร้านใช้ฟีเจอร์นี้อย่างน้อยเดือนละครั้ง

บริษัทกล่าวด้วยว่ากว่า 80% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ใช้ฟีเจอร์นี้ และร้านที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอมีรายได้เติบโตถึง 20% เมื่อเทียบกับร้านที่ไม่ได้ใช้

ประเด็นสำคัญ

  • ยอดสั่งอาหารจากร้านที่ร่วมโครงการทะลุ 20 ล้านออเดอร์
  • ร้านอาหารที่เข้าร่วมมียอดขายเฉลี่ยเติบโตมากกว่า 2 เท่า
  • มีร้านกว่า 275,000 ร้านทดลองใช้ GrabMerchant AI Assistant