เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมระดับสูง (High-Level Roundtable) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนมาใช้สนับสนุนนวัตกรรม การลงทุน และการเติบโตของธุรกิจ

งานนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ในการอภิปรายเรื่อง “การใช้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนขับเคลื่อนทุนนวัตกรรม: เปิดประตูสู่การเติบโตด้วยการเงินฐานทรัพย์สินทางปัญญา” กิริฎาได้ร่วมเวทีกับผู้เชี่ยวชาญจาก EUIPO, ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และคณะกรรมการประเมินมูลค่าธุรกิจของสภามาตรฐานการประเมินมูลค่าระหว่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 150 คนจากภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และผู้แทนอาเซียน

กิริฎากล่าวว่า สินทรัพย์ไม่มีตัวตน โดยเฉพาะ IP เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

เธอกล่าวด้วยว่า การนำทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงแหล่งทุนยังมีข้อจำกัด ทั้งในด้านการประเมินมูลค่า IP การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าของสิทธิ สถาบันการเงิน และผู้ประเมินราคา รวมถึงการนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ และมองว่ามีช่องว่างระหว่างมูลค่า IP กับการนำไปใช้ประโยชน์ในระบบการเงิน

กิริฎาระบุว่า ความท้าทายสำคัญของไทยและภูมิภาคคือการเชื่อมช่องว่างระหว่างการประเมินมูลค่า IP กับการจัดหาเงินทุน โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง “ระบบนิเวศการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนประเมินมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือและใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้จริง

ภายใต้แนวทางดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์และกรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังเร่งวางรากฐานระบบ IP Finance ของไทยใน 2 ด้าน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประเมินมูลค่า IP ร่วมกับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลภายในปี 2571 และการจัดทำโครงการนำร่อง IP Finance Sandbox Thailand โดยดึงผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินมาทดลองผ่านกรณีศึกษาจริง

เธอยังกล่าวถึงบทบาทของไทยในการสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน พ.ศ. 2569–2573 ซึ่งมุ่งพัฒนากรอบการประเมินมูลค่า IP ระดับภูมิภาคและโครงการนำร่อง IP-backed Financing ในประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงการผลักดันร่างคู่มืออาเซียนเพื่อความเข้าใจรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับสถาบันการเงินและนักลงทุนในการวิเคราะห์และตรวจสอบรายงานข้ามพรมแดน

ในช่วงท้าย ผู้ร่วมอภิปรายเห็นพ้องว่าการพัฒนาระบบการเงินจากฐานทรัพย์สินทางปัญญาเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าร่วมกัน ทั้งด้านมาตรฐานการประเมินมูลค่า การบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน และการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค โดยหลายฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยและอาเซียนผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ ข้อมูลเชิงนโยบาย และความร่วมมือทางเทคนิค

ประเด็นสำคัญ

  • งานจัดโดยความร่วมมือของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย, EUIPO และกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • กิริฎาระบุว่ามีช่องว่างระหว่างมูลค่า IP กับการนำไปใช้ในระบบการเงิน
  • กระทรวงพาณิชย์เดินหน้า IP Finance Sandbox Thailand และเป้าหมายยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ภายในปี 2571