บล.ทิสโก้มองว่าหุ้นไทยกำลังกลับมาน่าสนใจ โดยชี้ว่าเศรษฐกิจเข้าสู่รอบฟื้นตัว กำไรบริษัทจดทะเบียนทำสถิติสูงสุดใหม่ และมีแรงหนุนระยะยาวจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 2-3 ล้านล้านบาท ขณะที่มองว่ามูลค่าหุ้นยังไม่แพงและควรใช้จังหวะตลาดอ่อนตัวทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล IAA, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้น จากแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชน วัฏจักรการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตต่อเนื่อง

เขาระบุด้วยว่า Upside ระยะยาวของเศรษฐกิจไทยมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP 2026 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2-3 ล้านล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก AI, Data Center และอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ หากดำเนินการได้ตามแผน เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราเติบโตของ GDP ได้ไม่น่าต่ำกว่า 0.5% ต่อปี

ในฝั่งตลาดทุน ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2026 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และ EBITDA ขณะที่ตลาดยังทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อเนื่อง บล.ทิสโก้ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่าง SET Index และกำไรบจ.อยู่ในระดับสูงมาก ด้วยค่า Correlation +0.88 และมองว่าการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ในช่วงกลางเดือนนี้จะเป็น Reality Check สำคัญของตลาดในระยะถัดไป

ด้านมูลค่า บล.ทิสโก้ยังเห็นว่าหุ้นไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจ หากไม่รวมหุ้น DELTA ตลาดหุ้นไทยซื้อขายบนระดับ 12m Forward PER เพียง 11.8 เท่า ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทยประมาณ 60% ยังมีราคาซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยราว 3.9% เทียบกับค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นภูมิภาคที่ประมาณ 3.4%

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ บล.ทิสโก้มองว่าการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย.นี้ มีแนวโน้มเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดการเงินโลก โดยโพลและตลาดคาดการณ์สะท้อนว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่วุฒิสภายังแข่งขันสูสี หากผลเลือกตั้งนำไปสู่ภาวะ Divided Government หรือการถ่วงดุลอำนาจในสภาคองเกรส จะช่วยลดความเสี่ยงจากนโยบายที่สร้างความผันผวน และสถิติย้อนหลังราว 90 ปีระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักปรับขึ้นเฉลี่ย 7.2% หลังการเลือกตั้งกลางเทอม

แม้ระยะสั้นยังมีแรงกดดันจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง ความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง และปัจจัยฤดูกาลที่มักไม่เอื้อต่อการลงทุน แต่บล.ทิสโก้มองว่าปัจจัยลบส่วนใหญ่สะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศเริ่มลดลง และหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ตลาดมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on อีกครั้ง

บล.ทิสโก้แนะนำกลยุทธ์กระจายการลงทุนในหลายธีม โดยกลุ่ม Cyclical ที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนและการเติบโตของสินเชื่อ ได้แก่ KBANK กลุ่ม Commodity Hedge ที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูง ได้แก่ PTTEP และ TVO กลุ่ม Growth ที่ได้อานิสงส์จาก AI, Data Center และโลจิสติกส์ ได้แก่ DELTA, SJWD และ TRUE ขณะที่กลุ่ม Defensive ที่มีความแข็งแกร่งของรายได้และเข้าสู่ช่วง High Season ได้แก่ BH โดยหุ้นเด่นประจำเดือน ต.ค. ได้แก่ BH, DELTA, KBANK, PTTEP, SJWD, TRUE และ TVO

สำหรับทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่าน DR เดือน ต.ค. นี้ บล.ทิสโก้เลือก NVDA80 และ ZIJIN80 จากราคาที่ Laggard ทำให้มีความเสี่ยงเชิงลบจำกัดและมีศักยภาพในการเติบโตสูงของทั้งชิปและแร่ที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจยุคใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • บล.ทิสโก้มองเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้น
  • กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2026 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และ EBITDA
  • PDP 2026 คาดมีมูลค่าการลงทุน 2-3 ล้านล้านบาท และอาจช่วยเพิ่ม GDP ไม่น่าต่ำกว่า 0.5% ต่อปี
  • หากไม่นับ DELTA ตลาดหุ้นไทยซื้อขายที่ 12m Forward PER 11.8 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนปันผลเฉลี่ยราว 3.9%