ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยแพร่การแก้ไขแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในยูโรซิสเต็มเมื่อ 29 กันยายน 2026 และกำหนดให้มีผลตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2026 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนตามปกติ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการนำเรตติ้งอันดับสองจากสถาบันประเมินความน่าเชื่อถือภายนอกมาใช้พิจารณาสินทรัพย์ภาคเอกชนที่ใช้เป็นหลักประกันภายใต้กรอบหลักประกันของยูโรซิสเต็ม และใช้กำหนด haircut กับสินทรัพย์เหล่านั้นด้วย

ECB ระบุว่าข้อนี้ครอบคลุมสินทรัพย์ภาคเอกชน เช่น พันธบัตรธนาคารไม่มีหลักประกัน พันธบัตรธนาคารมีหลักประกัน และสินทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทนอกกลุ่มการเงิน รวมถึงภาครัฐนอกเขตยูโร ขณะที่สินทรัพย์ภาครัฐในเขตยูโรยังคงใช้เรตติ้งอันดับหนึ่ง

ธนาคารกลางยังปรับกรอบการควบคุมความเสี่ยงสำหรับสินเชื่อในนโยบายการเงินเพื่อรักษาระดับการคุ้มครองความเสี่ยงที่เหมาะสม เพิ่มความสอดคล้อง และเพิ่มความเทียบเท่าด้านความเสี่ยงของสินทรัพย์ พร้อมทั้งรักษาความพร้อมของหลักประกัน

ในส่วนของ haircut ECB จะปรับตาราง haircut ใหม่ รวมถึงปรับรายละเอียดสำหรับสินทรัพย์ที่ใช้เองหรือเก็บไว้เอง และเพิ่มความละเอียดของ haircut สำหรับ credit claims รายตัว โดยคำนึงถึงประเภทของการผ่อนชำระของแต่ละรายการด้วย

ECB ยังระบุว่า credit claims ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทั้งหมดของกรอบหลักประกันทั่วไป แต่ได้รับประโยชน์จากการค้ำประกันของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโควิดภายใต้กรอบชั่วคราว จะยังคงมีสิทธิ์ได้จนถึงสิ้นปี 2026 เท่านั้น

นอกจากนี้ การแก้ไขยังจัดให้บริษัทย่อยทางการเงินของกลุ่มผู้ออกที่ไม่ใช่บริษัทการเงิน ถูกจัดอยู่ในหมวด haircut เดียวกับบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทการเงิน ภายใต้เงื่อนไขบางประการ โดยจะถูกจัดเข้าหมวด haircut III และมีสิทธิ์เป็นลูกหนี้ของ credit claim ภายใต้กรอบหลักประกันของยูโรซิสเต็ม รวมถึงอยู่ภายใต้ climate factor ด้วย

ประเด็นสำคัญ

  • แนวทางฉบับแก้ไขมีผลตั้งแต่ 30 พ.ย. 2026
  • จะใช้เรตติ้งอันดับสองของสถาบันจัดอันดับภายนอกกับสินทรัพย์ภาคเอกชนบางประเภท
  • เครดิตเคลมบางรายการที่มีหลักประกันค้ำประกันจากภาครัฐชั่วคราวจะมีสิทธิ์ถึงสิ้นปี 2026 เท่านั้น