PwC ประเทศไทยระบุว่า การกระจายห่วงโซ่อุปทาน การนำ AI มาใช้ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กำลังเปิดรอบใหม่ของโอกาสลงทุนในไทย โดยข้อมูลที่อ้างถึงในรายงานชี้ว่ามูลค่าธุรกรรมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศขั้นต้นของไทยแตะ 86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568
รายงาน Thailand Investment Outlook: Hope, resilience, and growth ของ PwC ประเทศไทย ระบุว่าแรงส่งดังกล่าวกำลังไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และการแปรรูปอาหาร ขณะเดียวกันบริษัททั่วโลกปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัว
ในมุมของนักลงทุน รายงานชี้ว่าความได้เปรียบของไทยไม่ได้พึ่งพาอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ตลาดภายในประเทศที่มีประชากร 71.7 ล้านคน ระบบนิเวศการผลิตยานยนต์ที่แข็งแกร่ง การเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ และบทบาทในท่องเที่ยว สุขภาพ และอาหาร
PwC ยังระบุว่าไทยเป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์สู่อาเซียน ซึ่งมีประชากรราว 700 ล้านคน และมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมประมาณ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรายงานกล่าวถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4–5% โดยเฉลี่ยต่อปี
รายงานแบ่งจุดแข็งของไทยออกเป็นสี่ศูนย์กลางหลัก โดยระบุว่าไทยเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตรถยนต์ขนาดเล็กราว 1.5 ล้านคันในปี 2568 และมี EV คิดเป็น 53% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
ด้านโลจิสติกส์ รายงานระบุว่าไทยใช้ทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาคควบคู่กับการขยายขีดความสามารถด้านระบบรางและท่าเรือ และมีความตกลงการค้าเสรี 17 ฉบับ โดยมีผลบังคับใช้แล้ว 15 ฉบับ
สำหรับการท่องเที่ยวและสุขภาพ PwC ระบุว่าไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวราว 33 ล้านคนในปี 2568 และผู้ป่วยชาวต่างชาติประมาณ 3 ล้านคนต่อปี ขณะที่ด้านเกษตรและการแปรรูปอาหาร ไทยถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก และกำลังยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง
รายงานยังยกตัวอย่างการลงทุนจากต่างชาติที่สะท้อนแรงส่งนี้ ได้แก่ แผนลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของ Google ในโครงการ Bangkok Cloud Region, การขยายฐานการผลิต 693 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Western Digital และการลงทุน 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ BYD เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์นั่งที่บริษัทเป็นเจ้าของทั้งหมดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายภูวิณ หน่อชูเวช หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการประจำอาณาเขตและหุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า "เรื่องราวการลงทุนของไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่" และเสริมว่าไทยมีโอกาสเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเหล่านี้ให้เป็นการลงทุนและการเติบโตรูปแบบใหม่ พร้อมเสริมบทบาทในฐานะประตูสู่อาเซียน
ประเด็นสำคัญ
- FDI ขั้นต้นของไทยแตะ 86 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ตามข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย
- รายงานชี้โอกาสลงทุนใหม่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และการแปรรูปอาหาร
- PwC ระบุไทยมีจุดแข็งจากตลาดในประเทศ ระบบนิเวศยานยนต์ โลจิสติกส์ และท่องเที่ยว/สุขภาพ



