Optiwise จัดงานสัมมนา “Optiwise & Friends: Redefining IR Amid Market Volatility — Trust. ESG. AI. What’s Next for IR?” เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 ที่เกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์จากหลายอุตสาหกรรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของ IR ในช่วงที่ตลาดผันผวนและความคาดหวังของนักลงทุนเปลี่ยนไป

ประเด็นร่วมที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ นักลงทุนสัมพันธ์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ส่งต่อข้อมูลจากบริษัทไปยังตลาดอีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจธุรกิจ ตัวเลข และบริบทของตลาดให้ลึกพอที่จะช่วยผู้บริหารสื่อสารเรื่องสำคัญได้ตรงจุด รวมถึงอธิบายสถานการณ์ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงประเด็นด้านความยั่งยืนเข้ากับ equity story ของบริษัท

ในการเสวนา มีการยกตัวอย่างจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่คำถามของนักลงทุนเปลี่ยนจากเรื่องการเติบโตไปสู่สภาพคล่องและความสามารถในการอยู่รอดของธุรกิจ ในสถานการณ์แบบนั้น บทบาทของ IR คือทำให้นักลงทุนเข้าใจว่าบริษัทกำลังเผชิญอะไร มีแนวทางรับมืออย่างไร และมีข้อจำกัดใดบ้าง โดยสื่อสารบนข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และไม่ให้คำมั่นในเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

อีกด้านหนึ่ง ความเร็วในการตอบสนองไม่ได้สำคัญกว่าความถูกต้องเมื่อเกิดประเด็นที่อาจกระทบความต่อเนื่องของธุรกิจ เช่น ความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาพลังงานจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตามมุมมองที่ถูกพูดถึงในงาน ทีม IR จำเป็นต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากข้อมูลสาธารณะและข้อมูลจากฝ่ายปฏิบัติการก่อนสื่อสารกับตลาด และอาจใช้ทั้งการแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ กับการจัด Conference Call เพื่อให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

ฝั่ง ESG ก็ถูกย้ำว่าไม่ควรถูกมองเป็นโครงการแยกจากธุรกิจหลัก แต่ควรเริ่มจากแกนของ business model และกลยุทธ์ขององค์กร แล้วค่อยสื่อสารให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล กับความสามารถในการแข่งขัน การบริหารความเสี่ยง และศักยภาพสร้างคุณค่าในระยะยาว

งานยังสะท้อนว่าคนทำ IR ต้องเข้าใจทั้งการเงิน บัญชี และการสื่อสารเรื่องยากให้ตลาดเข้าใจ ขณะเดียวกัน AI และเทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยงานด้านข้อมูล การติดตามการเปิดเผยข้อมูล และการเตรียมข้อมูลสำหรับนักลงทุน แต่หัวใจของงานยังอยู่ที่ความถูกต้อง ความเข้าใจบริบทของธุรกิจ การใช้วิจารณญาณ และความน่าเชื่อถือของผู้สื่อสาร

คุณใยบัว เชื้อสุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ออปติไวส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทต้องการขยับจากผู้ให้บริการสนับสนุนงาน IR ไปสู่พันธมิตรด้านการสื่อสารองค์กรและการเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดทุนอย่างครบวงจร โดยใช้ความเข้าใจด้านธุรกิจ การเงิน การสื่อสาร และเทคโนโลยีช่วยให้บริษัทจดทะเบียนสื่อสารข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง โปร่งใส และทันเวลา

ประเด็นสำคัญ

  • งานจัดขึ้นเมื่อ 1 ต.ค. 2569 ที่เกษรทาวเวอร์ กรุงเทพฯ
  • ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า IR ต้องเข้าใจธุรกิจลึกขึ้นและสื่อสารเรื่องซับซ้อนให้ตลาดเข้าใจ
  • ESG ถูกมองว่าเชื่อมกับ business model และ equity story มากขึ้น
  • AI ช่วยงาน IR ได้ แต่ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือยังเป็นหัวใจ