บล.โกลเบล็ก หรือ GBS ประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนตุลาคม 2569 มีแนวโน้มผันผวนในลักษณะ Sideway Down โดยให้กรอบเคลื่อนไหวที่ 1,520-1,600 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับขึ้นแรงและผลกระทบจากน้ำท่วมในประเทศ
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง การเผชิญหน้าทางทหารในอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการควบคุมกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ก่อนที่ราคาล่าสุดจะร่วงลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โกลเบล็กมองว่าการขึ้นของน้ำมันทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ สูงกว่าระดับเป้าหมาย ทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED อาจคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป และอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้
บริษัทยังระบุว่าตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิในเดือนกันยายนราว 20,000-25,000 ล้านบาท และจากผลกระทบชั่วคราวของอุทกภัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายจังหวัด โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความเสียหายเบื้องต้นไว้ที่ 7,000-17,000 ล้านบาท
ด้านปัจจัยบวก โกลเบล็กระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อ Headline PCE เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 3.4%YoY และประมาณการ GDP ไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ ขยายตัว 2.2% ขณะที่ CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่าโอกาสที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมลดลงเหลือ 24%
สำหรับไทย การส่งออกเดือนสิงหาคมขยายตัว 24.3%YoY คิดเป็นมูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่ขยายตัว 48.7% และการส่งออกทองคำกับผลไม้สด ขณะที่การส่งออกรวม 8 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 18.9%YoY
โกลเบล็กยังระบุว่าหน่วยงานเศรษฐกิจหลักประเมิน GDP ไทยทั้งปี 2569 จะเติบโตได้ในช่วง 1.5%-2.5% และเดือนนี้นักลงทุนต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รายงานการประชุม FOMC ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. วันที่ 28 ต.ค., FED วันที่ 27-28 ต.ค., ECB วันที่ 29 ต.ค. และ BOJ วันที่ 30 ต.ค.
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้น 2 กลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ คือกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากการซ่อมแซมหลังน้ำลด ได้แก่ GLOBAL, DOHOME, HMPRO, TASCO, DCC และ DRT และกลุ่มหุ้นส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ STA, TEGH, NER, AAI, ITC, TU, CCET, HANA, KCE และ DELTA
ประเด็นสำคัญ
- โกลเบล็กคาด SET ต.ค. 2569 เคลื่อนไหว 1,520-1,600 จุด
- WTI พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนร่วงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์
- แนะนำหุ้นได้อานิสงส์ซ่อมแซมหลังน้ำลดและหุ้นส่งออก



